• Home »
  • Article »
  • การเขียนบทความตามแบบฉบับ Walking Success Style

การเขียนบทความตามแบบฉบับ Walking Success Style

writing-in-the-dark-1497115-1279x960

ที่จริงผมก็เขินๆ นะครับที่มาเขียนบทความอะไรแบบนี้ 555+ แต่ก็คิดว่าสิ่งที่เรารับรู้ แนวทางต่างๆ ที่พอมีติดตัวอยู่บ้าง คงจะมีประโยชน์สำหรับหลายๆ ท่านที่เพิ่งเข้าสู่วงการการเขียนบทความ ส่วนมือเก่าแล้ว คงไม่อาจเอื้อมครับ บทความนี้ สร้างจาก “ความรู้สึกส่วนตัว+ความเห็นส่วนบุคคล” ไม่มีตำราอ้างอิง และคงไม่สามารถเอาไปอ้างอิงในตำราใดๆ ได้ แต่ถ้าจะอ่านเพื่อจับจุด หรือเป็นแนวเลือกอีกทางหนึ่ง ผมก็คิดว่าบทความนี้ คงเหมาะกับท่านครับ

การเขียนบทความตามแบบฉบับ Walking Success Style มันมีจุดต่างๆ ที่ผมพยายามสร้างให้มันเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง และเอกลักษณ์ของ Blog ด้วย สิ่งที่ผมเน้นจริงๆ ในการเขียนบทความสไตล์นี้ก็คือ “สำนวน” ครับ

สำนวน คือสิ่งที่ใครก็ไม่อาจเอาไปจากคุณ มันคือลายเซ็นต์ที่ใครจะปลอมก็ได้แต่ไม่มีทางเหมือน มันคือการนำเสนอ “กลิ่น” ที่ซึมออกมาจากหมึกปากกา ซึ่งนักอ่านจะรู้ได้ทันทีว่า มันคือสำนวนของคุณ

บทความในเนื้อหาเดียวกัน เขียนให้น่าอ่าน หรือ เขียนให้น่าเบื่อ วัดกันที่สำนวนครับ

แนวการสร้างบทความตามแบบฉบับ Walking Success Style

  1. ชื่อบทความต้องโดนใจ ผ่านตาเมื่อไหร่ก็อยากคลิ๊กอ่าน
  2. บรรทัดแรก ย่อหน้าแรกต้องสะกดคนดูให้อยู่
  3. มีจังหวะจะโคนระหว่างวรรค มีย่อหน้าย่อย เพื่อเน้นอารมณ์
  4. เนื้อหาต้องขัดเจน ไม่วกวน
  5. ปิดสวย รวยด้วยอารมณ์อิ่มเอิบ

ผมเริ่มต้นการขีดเขียนด้วยสายวรรณกรรม เติบโตมากับวรรณศิลป์ เขียนกลอนเป็นงานอดิเรก อ่านงานวรรณกรรมมาพอสมควร เพราะฉะนั้นจึงมี “คลังคำ” อยู่ในหัวบ้าง มี “คลังภาษา” เก็บไว้พอควร ซึ่งมันเป็นสิ่งจำเป็นจริงๆ สำหรับการเขียนในรูปแบบนี้นะครับ


ตัวอย่าง การสร้างบทความตามแบบฉบับ Walking Success Style

ในหัวข้อนี้ผมจะยกตัวอย่างบทความในบล็อกนี้ทั้งหมดตามหัวข้อเลย พร้อมทั้งอธิบายแนวคิด ที่มาที่ไปต่างๆ ของประโยคหรือบทนั้นๆ โดยจะตัดมาเฉพาะส่วนที่เป็นตัวอย่าง ส่วนท่านที่ต้องการอ่านแบบเต็ม ก็สามารถคลิ๊กตามลิ้งค์ไปอ่านได้เลยครับ ผมจะลงลิ้งค์ไว้กำกับให้

writing-828911_1280

ชื่อบทความต้องโดนใจ ผ่านตาเมื่อไหร่ก็อยากคลิ๊กอ่าน

“แซนวิซชิ้นละ 20 บาท กับเศรษฐศาสตร์ของชาวนา” อ่านแบบเต็ม
อยากจะสื่อกับธีมหลักของเรื่องคือแซนวิซที่ราคา 20 บาท เรื่องปากท้อง เรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งคำว่า บาท ไปพ้องเสียงคำว่า เศรษฐศาสตร์ รวมทั้ง พ่อ ซึ่งเป็น ชาวนา ทุกอย่างเลยออกมาลงตัวพอดี

“ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อพบสเปโตบนฝ่ามือ” อ่านแบบเต็ม

“ผมไม่ได้วิ่งหางาน ผมวิ่งหาประสบการณ์” อ่านแบบเต็ม
โดนใจจากคำพูดของคน ก็ไม่มีอะไรจะดีไปกว่าการนำคำพูดของเขา มาเป็นชื่อบทความ

“ออมและลงทุนแบบมนุษย์เงินเดือน” อ่านแบบเต็ม
บทความที่มีเป้าหมายพุ่งไปที่มนุษย์เงินเดือน เพราะฉะนั้นต้องว่ากันตรงๆ มนุษย์เงินเดือนเห็นก็เข้าใจทันที ว่านี่คือบทความที่เขาตามหาหรือไม่

“ออมเศษเงิน ออมเศษความสุข” อ่านแบบเต็ม

“เมื่อการตลาดมาพร้อมกับการสนุก – Richard Branson” อ่านแบบเต็ม

“William Kamkwamba : เขาสร้างกังหันลมด้วยสองมือ” อ่านแบบเต็ม
ด้วยเนื้อหาดราม่าของคนที่ต้องต่อสู้เพื่อสร้างกังหันผลิตกระแสไฟ เอาชื่อของเขานำหน้า ตบท้ายด้วยเมนหลักของสิ่งที่เขาทำ และฟังดู ไม่น่าเป็นไปได้

“Jack Ma China Time : แจ๊ค หม่า เรื่องราวของบุรุษที่เริ่มต้นจาก 0 จนเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของจีน” อ่านแบบเต็ม
ไชน่า ไทม์ ตั้งใจเล่นคำเพื่อให้ใกล้เคียงกับคำว่า ไชน่า ทาวน์ เพื่อจะให้นึกถึงเรื่องราวของชาวจีน และการขยายเพื่อเติมเติม ว่าเขาเริ่มจาก 0 จนกลายเป็นมหาเศรษฐี

write-593333_1280

บรรทัดแรก ย่อหน้าแรกต้องสะกดคนดูให้อยู่

เพราะเมื่อเราหยุดทำงาน – เงินเดือนก็พลอยหยุดไปด้วย

เพราะเมื่อเราหยุดหายใจ – เงินบำนาญก็สิ้นไปเช่นกัน

มรดกที่เราจะตกทอดสู่ลูกหลาน จึงมิอาจใช่ตำแหน่งนายพล นายพัน เมื่อเราตายไปลูกหลานไม่ได้เป็นผู้จัดการอย่างที่เราไต่เต้าไว้ ยศ ตำแหน่ง นั้นตายไปพร้อมกับเรา จะดีกว่าไหม หากเราได้ทิ้งธุรกิจที่เราสร้าง ผืนดินที่เราเป็นเจ้าของ อาคารที่จะเก็บค่าเช่าได้ระยะยาว เพื่ออนาคตของลูกหลานเรา หรือแม้แต่อนาคตตัวเราเองจะได้ไม่ต้องเหนื่อยนักในการประคองชีวิต

 จาก ก๊อกน้ำตัวที่สอง อ่านบทความแบบเต็ม คลิ๊กที่นี่ 


โลกไม่เคยสร้างคนธรรมดาให้พิเศษ
คนธรรมดาต่างหากที่สร้างตัวเองให้พิเศษกว่าคนอื่น

วันที่ 15 ตุลาคม 1964 แจ๊ค หม่า หรือ หม่า หยุ่น ชื่อในตอนนั้น ลืมตาขึ้นมาดูโลกเป็นครั้งแรก มันคือชีวิตธรรมดาๆ อีกหนึ่งชีวิตในครอบครัวอุปรากรจีน (งิ้ว) เป็นเด็กน้อยธรรมดาคนหนึ่งของเมืองหางโจว มณฑณเจ้อเจียง – – ไม่มีใครคาดคิดว่า ในอนาคตข้างหน้าเด็กชายแซ่หม่าคนนี้ จะก้าวขึ้นทำเนียบเศรษฐีอันดับหนึ่งของแดนมังกรได้

49 ปี หลังจากนั้น เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดได้เกิดขึ้น แจ๊ค หม่า กลายเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของจีน ด้วยทรัพย์สินสุทธิ 6.97 แสนล้านบาท แซงหน้าคนกว่า 2,000 ล้านคนในประเทศขึ้นไปเป็นเบอร์หนึ่งอย่างสมศักดิ์ศรี

จาก Jack Ma China Time : แจ๊ค หม่า เรื่องราวของบุรุษที่เริ่มต้นจาก 0 จนเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของจีน ตอนที่ 1 อ่านบทความแบบเต็ม คลิ๊กที่นี่ 


การเหยียดสีผิวเป็นเหมือนคราบสีที่ขัดไม่สวย
แม้จะขัดออกก็ยังมีรอย
ความแตกต่างระหว่างขาวและดำ
เป็นอะไรที่มากกว่าเม็ดสีใต้ผิวหนัง
ในยุคเลิกทาศของอับราฮัม ลินคอร์น
คนผิวดำดีใจในอิสรภาพ คนผิวขาวดีใจที่ไม่ถูกตราหน้า
ว่าเป็นคนเอารัดเอาเปรียบอีกต่อไป
แต่ความเกลียดชังและแบ่งแยก ยังไม่หายไปถาวร
วันนี้ เราจึงยังเจอข่าวการสลายการชุมนุม
ที่มีต้นเหตุมาจากความต่างของสีผิว
…และมันจะไม่ใช่ข่าวสุดท้าย

 จาก เปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน อ่านบทความแบบเต็ม คลิ๊กที่นี่


มีนาคมปีที่แล้ว คริสต์ศาสนิกชนหลายล้านคนโพกัสหัวใจไปที่วาติกัน หลังควันขาวโพยพุ่งออกจากวิหารโบสถ์ซีสทีน ระฆังกังวาน พระคาร์ดินัล 115 รูปมีมติให้ จอร์จ มาริโอ เบอโกล กลิโอ (Jorge Mario Bergoglio) เป็นพระสันตะปาปาพระองค์ใหม่ ในชื่อพระสันตะปาปาฟรานซิสที่ 1

จาก ทางออกวิกฤตศรัทธาของโป๊ป อ่านบทความแบบเต็ม คลิ๊กที่นี่


edge-1563789

มีจังหวะจะโคนระหว่างวรรค มีย่อหน้าย่อย เพื่อเน้นอารมณ์

ลองดูตัวอย่างจาก ก๊อกน้ำตัวที่สอง อ่านบทความแบบเต็ม คลิ๊กที่นี่ ดูที่ตัวหนังสือสีแดงนะครับ แบบนี้แหละครับ ท่อนแยกที่ผมกล่าวถึง วรรคย่อยเพื่อดึงอารมณ์ และเพื่อเว้นจังหวะในการอ่าน และให้ผู้อ่านทราบว่า มันคือส่วนที่คุณต้องเว้นช่วงหายใจ เพื่อจะไปต่อ (เว่อร์ไป 555)

ก๊อกน้ำที่ไม่ไหล บางครั้งก็ไม่มีเหตุผล บางครั้งก็หยุดไหลแบบไม่สมเหตุสมผล แต่บทสรุปอย่างชัดเจนก็คือ คุณจะไม่มีน้ำดื่ม

บางคน เข้าใจ เรื่องนี้ จึงวางแผน เสาะหา ก๊อกน้ำตัวที่สอง สาม สี่…

จึงไม่แปลกใจว่า คนที่ร่ำรวย – คนที่ทำงานมานาน – คนที่เริ่มแก่ตัวลง – หรืออาจจะเพียงแค่ “คนบางคน” – จึงซื้อที่ต่างจังหวัดเพื่อสร้างที่พักให้คนมาเช่า จึงซื้อคอนโดแล้วปล่อยเช่า จึงลงทุนในหุ้นเพื่อรับเงินปันผล จึงทำสวน จึงสร้างอาชีพเสริม เพราะรายได้เหล่านี้คือน้ำจากก๊อกตัวที่ สอง สาม สี่.. ให้แก่ชีวิตของเขา แม้บางก๊อกจะไม่ไหล แต่เขาจะมีน้ำกินน้ำใช้จากก๊อกที่เหลือ

แม้จะฟังดูบูชาเงินตรา แต่เราก็ไม่อาจปฏิเสธความจำเป็นของมัน

และแม้จะฟังดูห่างไกลสำหรับคุณ แต่ได้พยายามทำมันบ้างหรือยังล่ะ

และแม้จะฟังดูมืดมนสำหรับตัวคุณเอง คุณได้ลองหาทางออก มองหาความเป็นไปได้หรือยัง หรือว่าพยายามหาแต่เหตุผลมารองรับในความเป็นไปไม่ได้ที่คุณยึดมั่น


ลองดูอีกสัก 1 ตัวอย่างนะครับ จาก คุณกำลังเป็นหนอนตัวนั้นอยู่หรือเปล่า? อ่านบทความแบบเต็ม คลิ๊กที่นี่ ดูที่ตัวหนังสือสีแดงนะครับ กับการเล่าเรื่องความเปลี่ยนแปลงของหนอนตัวที่พยายามแล้วไม่ได้ดั่งใจ ท้ายสุดมันจึงเฝ้าโทษสิ่งแวดล้อม และในขณะที่คนอ่านกำลังนึกภาพตามอยู่นั้น เราก็โยนคำถามไปตรงๆ เลยว่า คุณคือหนอนตัวนั้นใช่ไหม

วันต่อมา มันเร่งฝีเท้าเต็มสปีด มันคืบหน้าได้ดีในครึ่งวันแรก แต่อาการเหนื่อยอ่อน และการบาดเจ็บกล้ามเนื้อก็ทำให้มันสูญเสียเวลาในครึ่งวันหลัง เป็นอย่างนี้ตลอดหลายวัน หลายเดือน หลายปี สุดท้ายมันจึงพบว่า ไม่มีวันไหนเลยที่มันจะคืบคลานได้มากกว่าหนึ่งเมตร

เมื่อความพยายามไร้ความหมาย ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่มันจะต้องพยายามต่อ มันเริ่มหาเรื่องทะเลาะกับหนอนตัวอื่น เริ่มด่าทอสิ่งแวดล้อม เริ่มเสพดราม่า ท้ายที่สุดแล้วมันจึงเป็นหนอนนิสัยเสีย ที่ใครๆ ก็ไม่อยากคบ

คุณกำลังเป็นหนอนตัวนั้นอยู่หรือเปล่า?

หนอนตัวที่กำลังก่นด่า สังคม สิ่งแวดล้อม หนอนที่กำลังนินทาเจ้านาย หนอนตัวที่วาดฝันว่าจะเติบโตในอนาคต ด้วยการคลานเต็มสปีด เพียงเพื่อจะพบว่าตัวเอง ยังย่ำอยู่กับที่


writing-in-the-dark-1497115-1279x960

ปิดสวย รวยด้วยอารมณ์อิ่มเอิบ

ผมขอข้ามหัวข้อ เนื้อหาต้องขัดเจน ไม่วกวน ไปเลยนะครับ เพราะเชื่อว่ามันคือเบสิคง่ายๆ ที่คนเขียนบทความจำต้องมีอยู่แล้ว อีกส่วนหนึ่งที่เราจะละเลยไม่ได้เลยก็คือในส่วนของวรรคปิดครับ บทความจะอ่านแล้วรู้สึกอิ่มหรือไม่ วรรคปิดนับว่ามีความสำคัญมากๆ เลยนะครับ บทความในบล็อกนี้เป็นแนวบล็อกเกอร์ เพราะฉะนั้นจึงอาจปิดแบบแสดงความเห็นของตัวเองลงไปได้ แต่บทความที่ดี ต้องปิดแบบไม่ใช้คนอ่านรู้สึกอึดอัด และรู้สึกว่าถูกยัดเยียดอะไร ที่เขาอาจจะไม่เห็นด้วย ลองดูตัวอย่างกันครับ

Coco Chanel เป็นตัวอย่างของการไม่ยอมแพ้ หล่อนเป็นหญิงสาวนักต่อสู้มาทั้งชีวิต และในปัจจุบัน ทายาทของ Coco Chanel ก็ยังคงสืบทอดกิจการอย่างต่อเนื่อง และแตกไลน์การผลิตออกเป็นหลายๆ ผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น นาฬิกา เครื่องประดับ ครีมบำรุงผิว และโดดเด่นจนได้รับการยกย่องให้เป็น The Top 20 “Love List” brands ranked by It Girls ในลำดับที่ 14 สูงกว่าแบรนด์ดังอย่าง Louis Vuitton หรือ Nike อีกด้วย

จาก Coco Chanel เจ้าแห่งแฟชั่นและน้ำหอม อ่านบทความแบบเต็ม คลิ๊กที่นี่ การปิดแบบนี้เลียนมาจากการปิดแบบคอลัมนิสต์ในนิตยสารนะครับ คือเล่าเรื่องราวของชาเนลมาทั้งเรื่อง และปิดว่าตอนนี้ ณ ปัจจุบันเลย กิจการของชาเนลยังมีอยู่ไหม มีอะไรบ้าง และมียังคงโดดเด่นอยู่หรือไม่ (การยกรางวัลที่ได้รับขึ้นมาเพื่อบอกว่า ชาเนลยังคงเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมอยู่ ณ ปัจจุบัน)


เขาเล่าว่า เมื่อได้ใตร่ตรองดูแล้ว จึงคิดได้ว่า ชีวิตนั้นเป็นของเขาเอง เขาเป็นผู้ใช้ชีวิต และต้องรักในชะตาที่เดินทางเข้าสู่ถนนสายชีวิต รักในทุกโอกาสและอุปสรรค ซึ่งเขามั่นใจแล้วว่า เมื่อผ่านมันไปได้ มันจะฝากความเข้มแข็งให้แก่ร่างกายและจิตใจด้วย เขาหันมามองโลกด้านบวก เลิกด่าทอชีวิต ทำงานด้วยความรักและยังคงดูแลแม่เท่าที่ลูกคนหนึ่งจะทำเพื่อแม่ได้

นี่เป็นสุดยอดพลังที่ปลุกเด็กชายที่กำลังท้อแท้ และคิดฆ่าตัวตาย มาลุกขึ้นสู้! ไม่ด่าทออุปสรรคที่ย่างกรายเข้ามา แต่รักในชะตาชีวิต

คุณล่ะ(คุณผู้อ่าน)
คุณรักในชะตาชีวิตมั้ยครับ

จาก Amor Fati – จงรักในชะตาชีวิต อ่านบทความแบบเต็ม คลิ๊กที่นี่ หลังจากปล่อยให้ผู้อ่านดื่มด่ำกับชีวิตคนอื่น สัมผัสเรื่องราวที่กินใจของนักเขียน เราก็โยนคำถามที่ทิ้งไว้ให้คนอ่านได้ไปฉุกคิดต่อ ว่าถ้าเป็นคุณเอง คุณจะยังรักมั้ย ในชะตาชีวิต


ถ้ากฎการคัดเลือกตามธรรมชาติของชาร์ล ดาร์วิน บอกว่าธรรมชาติจะเลือกไว้เฉพาะผู้ที่คู่ควรจะมีชีวิตอยู่

บางครั้ง – การตัดสินใจและวิสัยทัศน์ก็ชี้เป็นชี้ตาย
บางครั้ง – ธรรมชาติก็ไม่ได้เลือก คุณนั่นแหละที่เลือกเองว่าจะอยู่หรือตาย

จาก กฎการคัดเลือกตามธรรมชาติ อ่านบทความแบบเต็ม คลิ๊กที่นี่


ในตลาดที่แข่งขันกันด้วยกลยุทธ์ คุณไม่จำเป็นขายถูกที่สุด ไม่จำเป็นต้องเฟอร์เฟคที่สุด ไม่จำเป็นต้องมีสินค้าให้เลือกมากที่สุด ไม่จำเป็นต้องอัดโปรโมชั่นจนแทบไม่เหลือกำไร

มันสำคัญที่ว่า สินค้าของคุณมีกิมมิคอะไร และมีตลาดไหน ที่ยังไม่มีคนเล่น

จาก เบอร์ดี้ บาริสต้า (Birdy Barista) ตลาดใหม่กาแฟกระป๋อง อ่านบทความแบบเต็ม คลิ๊กที่นี่ วรรคปิดสองวรรคนี้ที่จริงแล้วคือ “แก่นทั้งหมด” ของบทความๆ นี้ครับ ที่เล่าเรื่องเบอร์ดี้ บาริสต้ามานั้น เป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้นเอง การสรุปแบบนี้คนที่เข้ามาอ่านเพียงตรงนี้ ก็จะรู้ได้ทันทีว่า ต้องการสื่ออะไร ส่วนคนที่มาอ่านแล้วยังไม่เข้าใจ ก็จะมากระจ่าง ณ บรรทัดนี้


 

ชีวิตมันมีอะไรให้เราทำหลายอย่าง อย่าลืมเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ ไว้บ้าง แม้ว่ามันอาจดูไม่มีคุณค่าในวันนี้ ดูเหนื่อยกว่าค่าตอบแทนที่ได้ แต่ไม่มีเงินจำนวนไหนที่ซื้อประสบการณ์ได้ มองให้ไกลถึงอนาคต และตัดสินใจหาประสบการณ์ดีๆ เพื่อปูรากฐาน สู่สิ่งที่คุณต้องการจะเป็นในอนาคตกันดีกว่าครับ

จาก ผมไม่ได้วิ่งหางาน ผมวิ่งหาประสบการณ์ อ่านบทความแบบเต็ม คลิ๊กที่นี่ ปิดด้วยการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ Quote ที่ชื่นชอบจนเก็บมาเขียนเป็นบทความ แน่นอนล่ะว่าผมเห็นด้วย และเหมือนหยิบ Quote ของเขามาขยายอีกที และปิดด้วยสำนวนที่เป็นลายเซ็นต์ของตัวเอง


จงลดทอนความทุกข์ ด้วยการหมางเมินมันอย่างคนสิ้นเยื่อใยต่อกัน จงมองมันอย่างสรรพสิ่งหนึ่งที่จะไม่สนใจหรือน้อยที่สุด แต่จงอย่าลดทอนคุณค่าในตัวเอง จงอย่ามองว่าตัวเองไม่มีค่า เพราะคุณค่าของเรานั้น ไม่อาจมีใครมาให้คะแนนนอกเสียจากตัวเราเอง และเมื่อความสุขผ่านเข้ามาจงดื่มด่ำและโห่ร้องไปด้วยความปีติ

จาก จงดื่มด่ำความสุขและลดความสำคัญของความทุกข์ อ่านบทความแบบเต็ม คลิ๊กที่นี่


เราไม่อาจเอาใบลูกกตัญญูมาจ่ายค่ายาหมอ หรือจ่ายค่าทนายด้วยรอยยิ้มสวยๆ สิ่งที่คุณจะต้องจ่าย ส่วนใหญ่ใช้เงิน เงินที่ไหลออกมาจากก๊อกน้ำเพียงก๊อกเดียว ก๊อกนั้น

วันที่ก๊อกน้ำเดียวดายของคุณหยุดไหล คุณจะหาก๊อกน้ำก๊อกใหม่ พร้อมคอที่แห้งผาก นั้นลำบากเหลือเกิน

อย่าประมาทกับสิ่งที่มีวันหมด
และอย่าเอาชีวิตทั้งหมด ไปฝากไว้กับก๊อกน้ำก๊อกเดียว

จาก ก๊อกน้ำตัวที่สอง อ่านบทความแบบเต็ม คลิ๊กที่นี่ บทนี้ผมเฟ้นหาความงดงามให้มากที่สุด รวมไปถึงดึงอารมณ์ของผู้อ่านให้ร่วมให้จงได้ คุณจึงอาจจะพบสำนวนการเอาใบเกียรติบัตรมาเทียบค่ากับเงินตรา การเทียบแบบอุปมาอุปมัยว่าเงินเหมือนน้ำในก๊อก ไม่มีเงินก็เหมือนคุณคอแห้ง อะไรประมาณนี้นะครับ พร้อมวรรคปิดที่คลุมทั้งบทความที่ว่า “อย่าเอาชีวิตทั้งหมด ไปฝากไว้กับก๊อกน้ำก๊อกเดียว”



นี่แหละครับทั้งหมดที่ผมอยากจะบอก แนวทางๆ หนึ่งที่ผมเชื่อว่าหลายๆ ท่านสามารถนำไปปรับใช้ในเส้นทางการเขียน ไม่ได้โอ้อวดอะไรแต่ประการใดนะครับ เพราะผมก็ไม่มีอะไรให้โอ้อวดอยู่แล้ว ฮ่าๆ หากบทความนี้มีประโยชน์ ท่านสามารถแชร์ออกไปได้นะครับ ผมยินดี และหากมีข้อผิดพลาด ติชม หรือ อยากสอบถามเพิ่มเติม ผมก็ยินดีแลกเปลี่ยนความรู้กับทุกท่านนะครับ อีเมลหรือ add facebook มาหาผมก็ได้ ผมยินดีครับ

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านจนจบ สวัสดีครับ

Note Supachai

Facebook: https://www.facebook.com/kongprachum
Fanpages: https://www.facebook.com/walkingsuccess1
E-mail: mr.supachai@live.com

Thank Picture from
http://www.freeimages.com/
https://pixabay.com


 

Facebook Comments

comments

Share This: