• Home »
  • Article »
  • ออมและลงทุนแบบมนุษย์เงินเดือน

ออมและลงทุนแบบมนุษย์เงินเดือน

Salaryman_Starbucks_portraits

ใกล้สิ้นเดือน มนุษย์เงินเดือนหิ้วท้องรอเงินเดือนออกกันแบบนี้ ผมชอบจะหาวิธีชวนคนมาออมเงินอยู่เรื่อย มันก็น่าแปลกดีเหมือนกันนะครับ เราจ่ายได้แทบทุกอย่างในโลกนี้ ยกเว้นจ่ายเพื่อการออมนี่แหละ ทั้งที่จริงมันเป็นประโยชน์มากๆ ต่อตัวเราเองนี่แหละ ยังไม่ต้องคิดเผื่อแผ่ไปถึงใครหรอก เราสังสรรค์เฮฮาควักแบ้งค์ร้อยแบ้งค์พันได้อย่างคล่องมือ แต่ก็เบือนหน้าหนีเวลามีเพื่อนหรือใครก็ตามชวนออมเงินเสียนี่ จะว่าไปมันก็พูดยากครับ คนจะออมมันก็ออม คนไม่ออมพูดให้เห็นภาพยังไงก็ยังไม่ออม เหตุผลเฝือๆ ที่ใช้ปฏิเสธการออมกันก็คือ ไม่มีเงินหรือเงินน้อย ซึ่งผมอยากจะบอกเหลือเกินในความคิดเห็นส่วนตัวว่า มนุษย์เงินเดือนที่ได้เดือนละ 10000+ นั้น หักมาออมเดือนละสัก 1000 มันไม่ทำให้คุณยากเข็นขึ้นหรอก เพราะเท่าที่มีมันก็ไม่พอกินอยู่แล้ว (ฮา) เหตุผลง่ายๆ ที่ผมสามารถหักใจตัวเองเอาเงินมาออมได้ก็คือ เทียบเงินจำนวนนั้นกับสิ่งของไม่จำเป็นที่เราซื้ออยู่เป็นปกติครับ เช่น (ขอเทียบกับเงิน 1000 นะครับ)

เงิน 1000 = เหล้า 1 กลม

เงิน 1000 = เสื้อผ้าหรือกางเกงสักตัวหรือกระเป๋าหรือรองเท้า

เงิน 1000 = ค่าบริการมือถือ

เงิน 1000 = ค่าผ่อนสินค้าหรือจ่ายขั้นต่ำบัตรเครดิต

เงิน 1000 = ค่าซื้อความสุขวันเสาร์อาทิตย์

อีกมากมายครับ ที่เป็นค่าใช้จ่ายที่เราควักกันได้แบบไม่คิดมาก แต่คิดกันอย่างหนักเลยทีเดียว ถ้าจะออมเงินสัก 5-10% ของเงินเดือนเนี่ย

 

ของไม่ได้แพง ค่าแรงมึงถูก!

เคยเป็นแบบนี้บ้างมั้ยครับ ก่อนจะซื้อของหรือใช้จ่ายอะไรสักอย่าง(ที่จำเป็นกับชีวิต) ก็มักคิดอยู่ตลอดว่า โอ๊ยยย แพงจังเลย จะขึ้นแทกซี่ก็กลัวแพงขึ้นรถเมล์ดีกว่า แต่ผ่อนไอโฟนได้นะ มันจำเป็นกว่า (งั้นหรือ) จะเข้าคอร์สเรียนรู้พัฒนาตัวเองหลายพันบาทต่อคอร์สก็กลัวไม่คุ้ม บางคนนั่งหารชั่วโมงกันทีเดียว ว่าวิทยากรโขกเงินเราไปชั่วโมงละกี่บาท สุดท้ายก็ ไม่ดีกว่า ไปแฮ้งค์เอาต์กันเถอะเพื่อนฝูง หมดไปเยอะกว่าเดิมอีก (ฮา)

ของบางอย่างที่มันจำเป็นต่อชีวิต เราเลือกไม่จ่ายเพื่อรับมันมา แต่ยอมจ่ายกับสิ่งของอื่นๆ ที่ไม่จำเป็น หรือจำเป็นน้อยกว่า (น่าคิดนะครับ)

ลองคิดในมุมมองคนขายของบ้างนะครับ เป็นคุณอยากได้มั้ยครับกำไรน้อยๆ หรือไม่ก็ฟรีๆ ไปเลย ใจดี นั่งขับรถหลายกิโลฝ่ารถติดไปส่งลูกค้า 50 บาทพอ หรือเรียนรู้มาทั้งชีวิตเปิดคอร์สสอนฟรีไปเลย ค่าเช่าสถานที่เดี๋ยวพี่ออกเอง (ฮา) มันไม่ Make Sense ของบางอย่างก็แพงเว่อร์จริงๆ แต่ของบางอย่างมันก็มีต้นทุน มีราคามาตรฐานของมัน ฉะนั้นที่คุณจ่ายมันไม่ได้ อาจจะไม่ใช่เพราะราคามันแพง แต่รายได้คุณน้อยเกินกว่าจะไปจ่ายมันมากกว่า

วิธีแก้ มีสองทางคือ ประหยัดจ่ายในสิ่งฟุ่มเฟือย และหารายได้เพิ่ม โดยความคิดเห็นส่วนตัวผมนั้น การหารายได้เพิ่มนั้นง่ายกว่าการประหยัดหยุมหยิม ส่วนว่าจะหายังไงนั้นมันมีวิธีการอยู่เต็มไปหมด ลองหันข้างไปถามเพื่อนร่วมงานก็ได้ครับ มนุษย์เงินเดือนหลายๆ คนมีอาชีพเสริมกัน ลองเลือกสักอย่างที่คุณสนใจทำ และลงมือทำมัน แน่นอนว่าต้องมีต้นทุนบ้าง แต่จะมัวอึกอักอยู่อย่างนี้ ก็มีแต่ซี้แหงแก๋นะครับผม ยกตัวอย่างนะครับ ขายของบนเน็ต, รับแปลงาน, พิมพ์งาน, เขียนบทความ, เขียน ebook, รับจ๊อบงานนอกเสาร์อาทิตย์, ฯลฯ แต่ละท่านมีความถนัดแตกต่างกัน ค้นหาความถนัดของตัวเองให้เจอแล้วแปลงมันออกมาเป็นเงินครับ

อะไรที่คุณรักมัน คุณยอมจ่ายเพื่อมัน แสดงว่ามันมี Demand อยู่ หาทางทำเงินจากมันสิครับ แทนที่จะเป็นผู้ซื้อ คุณก็เปลี่ยนตัวเองเป็นผู้ขายซะ

 

Port การออมที่น่าสนใจ

บทความนี้ผมเน้นไปที่การอยากให้คนมาออมเงินกันเยอะๆ จึงจะไม่ลงลึกในรายละเอียดหุ้น/กองทุน/เงินฝาก ต่างๆ มากนักนะครับ ผมเชื่อว่าทุกท่านสามารถหาข้อมูลเหล่านี้เพิ่มเติมได้ไม่ยาก การนำเสนอ Port การออมนั้น มันขึ้นกับความต้องการผลตอบแทนของคุณ และคุณรับความเสี่ยงได้มากแค่ไหน (มีวิธีการวัดความเสี่ยงอย่างง่ายแบบหนึ่งว่าคุณรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน ก็คือ คุณนอนหลับสบายใจหรือไม่ถ้าขาดทุนจำนวน X บาท ถ้าวันไหนไม่สบายใจ นั่นคือเลยระดับความเสี่ยงที่คุณจะรับได้แล้วล่ะครับ จากนั้นก็คิดเป็นเปอร์เซนต์ออกมา นั่นแหละคือ % ระดับความเสี่ยงที่คุณรับได้สูงสุด) วันนี้ผมจะมานำเสนอ Port แบบหนึ่ง ซึ่งก็แน่นอนว่ามันเป็นความชอบส่วนตัวของผมเอง อาจไม่ตรงใจหลายๆ ท่าน แต่ถ้าใครรุ่นราวคราวเดียวกันกับผม รับความเสี่ยงได้พอสมควร ผมว่า Port นี้อาจจะตรงใจครับ

ถามว่าทำไมต้องมี Port เพราะเราจะออมเงินโดยเอาไปไว้ในบัญชีออมทรัพย์ ฝากประจำ หรือใส่ตุ่มไว้นั้น มันจะหดหายไปตามเงินเฟ้อครับ เงิน 1000 วันนี้ หลายปีผ่านไปอาจเหลือแค่ไม่กี่ร้อย ฉะนั้นเราต้องหาผลประโยชน์จากการออม เพื่อให้มันทำกำไรให้เราได้บ้าง อย่างน้อยๆ ก็เอาเท่าๆ อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นก็ยังดี (หมายความว่าเงิน 1000 ในวันนี้ก็จะยังมีค่า 1000 ในอีกหลายปีข้างหน้า)

มาดูกันครับว่า Port ที่ผมว่า มีสัดส่วนอย่างไรบ้าง

พอร์ตการลงทุนที่น่าสนใจ walkingsuccess

หุ้น/กองทุนหุ้น
50 %

ผมรับความเสี่ยงในหุ้นได้ที่ 50% ของเงินออม ที่จริงรับได้มากกว่านี้นะ ประมาณ 70% ถ้าแนวโน้มมันดีก็โยกย้ายมาเพิ่มได้นะครับ ผมสมมติที่เงิน 1000 ต่อเดือนนะครับ ถ้าไม่มีความรู้เรื่องหุ้นหรือกองทุนหุ้นก็ศึกษาสักนิดครับ เพราะตัวนี้ให้ผลตอบแทนค่อนข้างดี ผมจึงให้น้ำหนักมันมากหน่อย หรือถ้ายังหวั่นๆ ก็ลงในกองทุนหุ้นครับ กองทุนหุ้นจะมีผู้จัดการเงินเรา เขาจะเอาเงินของเราไปเลือกซื้อหุ้น บริหารเงินให้เราครับ ในเงิน 1000 ที่ผมสมมตินี้อาจจะซื้อหุ้นไม่ได้ (หุ้นซื้อขายกันขั้นต่ำที่ 5000 บาท) แต่เราสามารถซื้อกองทุนหุ้นได้ครับ ขั้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 1000 บาทเท่านั้น ออม 50% จากเดือนละ 1000 เวลา 2 เดือนก็ครบจำนวนขั้นต่ำที่ซื้อได้แล้วครับ

การลงทุนมี 2 แบบคือลงแบบถือยาวกับเก็งกำไร ถ้าจะเก็งกำไรบ้างก็ไม่แปลก แต่อย่าเก็งทั้งหมด หุ้น/กองทุนหุ้น ตัวไหนมีเข้าท่า ก็ถือมันไว้ยาวๆ บ้างครับ กินกำไรระยะยาว เยอะกว่า และอนาคตก็สบายใจด้วย

 

กองทุนตลาดเงิน                                          
20 %

กองทุนรวมตลาดเงิน (ขอ copy ของเว็บ TMB มาเลยนะครับ) ลงทุนในตราสารหนี้ที่มั่นคง มีความเสี่ยงต่ำ มีสภาพคล่องสูง ซื้อ-ขายได้ทุกวันทำการ มีโอกาสได้รับผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประเภทออมทรัพย์ ผลตอบแทนไม่ต้องเสียภาษีสำหรับบุคคลธรรมดา ปกติผลตอบแทนก็อยู่ราวๆ 2% ประมาณนี้แหละครับ ถ้าช่วงไหนแนวโน้มตลาดหุ้นน่าเก็งกำไร เราก็ดึง 20% ตรงนี้ โยกไปไว้ในหุ้น/กองทุนห้น ได้ครับ นี่แหละที่ผมบอกว่า ผมรับความเสี่ยงในหุ้น/กองทุนห้น ได้มากสุด 70% แต่กันเงินไว้ลงทุนแค่ 50% แล้วที่เหลือจะเอาเงินมาจากไหน ก็เอามาจากตรงนี้แหละครับ

ข้อดีของกองทุนประเภทนี้ก็คือความเสี่ยงต่ำครับ ลงทุนในตราสารหนี้ พันธบัตรรัฐบาลซะเยอะ โอกาสขาดทุนน้อยมากจริงๆ รัฐบาลล้มหมดปัญญาจ่ายนั่นแหละครับ ถึงจะมีโอกาสพลาดขาดทุนได้ ยิ่งอนาคตมีการใช้ พรบ.คุ้มครองเงินฝาก สูงสุดแค่ 1 ล้านบาท นั่นคือถ้าแบ้งค์ล้มเขาจะชดเชยให้คุณสูงสุดแค่ 1 ล้านบาทเท่านั้น ไม่ว่าคุณจะฝากไว้กี่ร้อยล้านก็ตาม กองทุนจึงเป็นทางออกที่น่าสนใจกว่าเงินฝากธนาคารครับ

 

เงินฝากประจำ/กองทุนแบบมีกำหนดเวลา  
20 %

อันนี้ก็น่าจะเคยทำกันบ้างนะครับ เงินฝากประจำเข้าไปแบ้งค์ไหนก็มีคนชวนแน่นอน มีระยะเวลาแน่นอน 3 เดือน 6 เดือน ก็ว่ากันไป ประกาศดอกเบี้ยมาก่อนเลยว่าครบกำหนดแล้วจะได้เท่าไร กองทุนแบบมีกำหนดเวลา ก็เช่นเดียวกัน เพียงแต่ในระยะเวลาฝากเท่าๆ กัน กองทุนแบบมีกำหนดเวลา มักจะให้ผลตอบแทนที่มากกว่าเงินฝากประจำ และไม่เสียภาษี 15% ด้วยครับ

 

RMF/LTF/ลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก    
10 %

สามตัวนี้ผมว่าไม่ควรมองข้ามนะครับ เพราะมันจะทำให้เราสามารถออมเงินในระยะยาว โดยเฉพาะ RMF ที่ให้ถือยาวจนอายุ 55 ปีจึงจะขายคืนได้ และได้ผลประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี มีเงินไว้ใช้ตอนแก่ด้วย ขั้นต่ำปีละ 5000 ก็หักบัญชีไปเดือนละ 500 ก็ได้ครับ ส่วนการลงทุนในทรัพย์สินทางเลือกก็อย่างพวกทอง เป็นต้นครับ

 

เงินตัวอย่างเดือนละ 1000 ที่ผมยกมา อาจไม่สามารถแบ่งมาทำตาม Port นี้ได้นะครับ แต่ถ้าสัก 2000 นี่ทำได้แน่นอนครับ แบ่งลงในกองทุนหุ้น 1000 กองทุนตลาดเงิน 500 และ RMF 500

 

ตั้งหักบัญชีอัตโนมัติ

ทุกอย่างที่ผมว่ามานี้ สามารถหักเป็นรายเดือนได้หมดเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นกองทุน หุ้น เงินฝากประจำ หรือ RMF/LTF ทุกธนาคารมีบริการตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นหักผ่านบัญชีออมทรัพย์หรือหักผ่านบัตรเครดิต ซึ่งคนที่หักเงินมาออมไม่ได้ ก็แนะนำวิธีนี้แหละครับ คือให้แบ้งค์หักไปเลย ส่วนหุ้นหรือกองทุน ก็ใช้แบบ DCA ก็ได้ครับ DCA คือการเฉลี่ยๆ ซื้อเป็นรายเดือน ทำให้เราจำกัดจำนวนหุ้นไม่ให้ซื้อในช่วงเวลาที่สูงเกินไป และเพิ่มโอกาสในการสะสมหุ้นดีมากขึ้นในช่วงที่ราคาลงมากกว่าปกติ ตรงนี้มีหนังสือของคุณต้าร์ ครับ ใครสนใจจับจองได้ เป็น Bestseller ในโลกออนไลน์เลยตอนนี้ คลิ๊ก

นอกจากนี้ การออมในรูปแบบประกันชีวิตก็ยังเป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจ เป็นการป้องกันความเสี่ยงให้กับตัวเอง และยังได้รับผลตอบแทนทั้งในรูปตัวเงินและการลดหย่อนภาษีอีกด้วย (อย่ามองคนขายประกันเป็นแมลงสาบล่ะ โดยเนื้อแท้แล้วประกันชีวิตเป็นสิ่งที่ดีมากๆ แต่คนขายแย่ๆ บางคน ทำให้วงการประกันเมืองไทยกลายเป็นเต้าหู้ยี้ไปซะอย่างงั้น)

 

สรุปการออม

รูปแบบการออมการลงทุน รวมถึง Port ที่ผมนำมาแนะนำนี้ ผมเชื่อว่าหลายท่านที่ทำการออมหรือเข้าสู่วงการนี้ คงพอจะทราบข้อมูลมาบ้าง สิ่งที่ผมนำเสนอนี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ครับ ผมเชื่อว่าคนที่ออมเงินได้ จะสามารถงทุนแบบนี้ได้ไม่ยาก ที่ผมกังวลมากกว่าคือการ “ไม่ยอมออม” มากกว่า ซึ่งตรงนี้จะปากเปียกปากแฉะยังไง ก็เปลี่ยนยากครับความคิดคน

สิ้นเดือนนี้ เงินเดือนออก ขอกันคน 1000 อย่างต่ำ เก็บออมไว้ อนาคตข้างหน้ามันไม่แน่ ชีวิตอาจจำเป็นต้องใช้เงินเร็วกว่าที่คิด เมื่อเราเอาเงินอนาคตมาใช้(กู้) ก็เก็บเงินไว้เพื่ออนาคตบ้างจะเป็นไรไป บ่นกันว่าชีวิตมันทุกข์ อยากให้มันสุขขึ้นมาบ้างก็ต้องสร้างขึ้นมาด้วยมือคุณเอง หารายได้เสริมให้ตัวเองบ้าง หาประสบการณ์เปิดมุมมองใหม่ๆ ให้ชีวิตบ้าง ออกไปพบเจอโลกกว้างบ้าง ชีวิตไม่ได้มีแค่จอสี่เหลี่ยม และใช้ชีวิตแบบแก้วเลือกน้ำ อย่าหงายกลางสายฝน เพราะมันจะล้นไม่ได้อะไร อย่าคว่ำปิดรับทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา แต่จงเป็นแก้วที่ฉลาดเลือกรับแต่น้ำดีเข้ามาข้างใน ปล่อยน้ำร้ายๆ ออกไปจากชีวิต อนาคตเริ่มต้นจากวันนี้  ออมเงินเพื่อตัวเอง คิดแง่ไหนก็ไม่น่าปฏิเสธจริงๆ ครับ

Facebook Comments

comments

Share This: