• Home »
  • Article »
  • นันโด พาราโด: หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกและ 72 วันกับการเอาตัวรอดบนเทือกเขาแอนดีส

นันโด พาราโด: หนึ่งในผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุเครื่องบินตกและ 72 วันกับการเอาตัวรอดบนเทือกเขาแอนดีส

aliv05

นันโด พาราโด(Nando Parrado) และผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ต้องอดทนอยู่ 72 วัน ก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือ ในอุบัติเหตุเครื่องบินตกบนเทือกเขาแอนดีส ในวันศุกร์ ที่ 13 เครื่องบินลำที่เขาโดยสารมาบินอยู่เหนือเทือกเขาพร้อมครอบครัว เครื่องบินลำดังกล่าวเป็นเครื่องบินประเภทเช่าเหมา แต่พวกเขาไม่ได้ Add Packet เรื่องวันโชคร้าย (ศุกร์ 13) มาด้วยหรอก แต่อุบัติเหตุก็เกิดขึ้น เมื่อปีกของเครื่องบินที่ลาดลงเกิดชนเข้ากับยอดเขา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทันที 13 ราย และผู้โดยสารอื่นๆ อีก 32 รายบาดเจ็บสาหัส ทั้งหมดรอคอยความช่วยเหลือภายใต้อุณหภูมิติดลบ 37 องศาเซลเซียส พวกเขาทำได้เพียงละลายหิมะที่รายรอบเพื่อใช้แทนน้ำดื่ม และนอนเรียงรายกันเพื่อเพิ่มความอบอุ่น อาหารนับเป็นสิ่งหายากไปในบัดดล

9 วันหลังจากเกิดอุบัติเหตุท่ามกลางความสิ้นหวังและความหิวโหย ผู้รอดชีวิตเรียกร้องให้มีการประชุมครั้งสำคัญ หนึ่งในผู้รอดชีวิตท่านหนึ่งเสนอให้กินศพเป็นอาหาร! หลังจากสิ้นสุดการประชุมครั้งสำคัญภายใน 2 ชั่วโมง พร้อมได้ข้อสรุปที่ตกลงร่วมกันแล้วว่า หากมีใครคนใดคนหนึ่งเกิดตายไปในระหว่างรอคอยความช่วยเหลือ จะยินยอมให้ผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ กินศพของตัวเองเป็นอาหารได้ ภายหลัง 2 สัปดาห์หลังจากนั้น ความหวังที่จะรอดชีวิตเริ่มเกิดขึ้น เมื่อพวกเขาได้พบกับวิทยุทรานซิสเตอร์และพยายามติดต่อผ่านสัญญาณวิทยุ

60 วันหลังจากเกิดอุบัติเหตุนันโด พาราโดและเพื่อนของเขาอีก 2 คน ตัดสินใจว่าจะเดินฝ่าป่าน้ำแข็งนี้ไปเพื่อขอคงวามช่วยเหลือ ด้วยเวลาที่เหลืออยู่ นันโด พาราโด ก็พูดขึ้นมา “สถานที่เกิดเหตุนี้ เป็นสถานที่ที่น่าสยดสยอง เหมือนแช่อยู่ในปัสสาวะ กลิ่นสาปของความตาย และเกลื่อนไปด้วยโครงกระดูกของมนุษย์” ด้วยกางเกงยีนส์ 3 ตัวและเสื้อกันหนาวหนา 3 ชั้นที่ถูกสวมทับเสื้อโปโลอีกชั้นหนึ่ง เขาและเพื่อนของเขาเริ่มออกเดินทางพร้อมด้วยเนื้อคนที่ได้แบ่งส่วนกันแล้ว

อย่างที่รู้พวกเขาต้องค้นหาความช่วยเหลือ ทีมของพวกเขาต้องอดทนต่อความหนาวเหน็บของหิมะรอบตัว นานวันความเหนื่อยล้าและความอดอยากก็เริ่มคืบคลาน พวกเขาใช้เวลาในการเดินและปีนภูเขาหิมะมาแล้ว 10 วัน ก่อนที่จะเจอกับทางที่จะลงไปยังด้านล่างได้ และแล้วทีมของพวกเขาก็ได้รับความช่วยเหลือจากเกษตรกรชาวชิลีที่ผ่านทางมา เขาติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้เข้าช่วยเหลืออีกครั้งหนึ่ง พาราโดจึงได้นำทางเจ้าหน้าที่ไปยังบริเวณพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุบนภูเขาโดยอาศัยเฮลิคอปเตอร์เพื่อเข้าช่วยผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ

วันที่ 22 ธันวาคม ปี 1972 หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลาอันโหดร้ายไปแล้ว 72 วัน พบผู้รอดชีวิตจากอุบัติเหตุบนเทือกเขาแอนดีสเพิ่มอีก 16 ราย โดยที่มี 8 รายที่เคราะห์ร้ายต้องตายไปขณะยังนอนรอความช่วยเหลือเนื่องจากเหตุหิมะถล่ม

ในระหว่างช่วงเวลาที่เลวร้ายนั้น พบว่าน้ำหนักของ นันโด พาราโด ลดลงไปถึง 40 กิโลกรัม อีกทั้งยังสูญเสียบุคคลในครอบครัวไปครึ่งหนึ่งในอุบัติเหตุครั้งนั้น ปัจจุบัน นันโด พาราโด ทำหน้าที่เป็นวิทยากรเพื่อให้กำลังใจผู้อื่นจากเรื่องราวของเขา

ไม่มีความสำเร็จใดได้มาโดยง่ายดาย นันโด พาราโด ต้องใช้ความกล้าหาญและอดทนอย่างขึ้นที่สุด จนกว่าที่จะฝ่าฟันความตายมาได้หวุดหวิด ผมหวังว่าเรื่องราวของ นันโด พาราโด จะสร้างแรงกระตุ้นให้ทุกท่านได้นะครับ

Facebook Comments

comments

Share This: