• Home »
  • Article »
  • “Laura Green” หญิงสาวดาวน์ซินโดรมผู้ประสบความสำเร็จกับการเป็นเจ้าของธุรกิจในวงการแฟชั่น

“Laura Green” หญิงสาวดาวน์ซินโดรมผู้ประสบความสำเร็จกับการเป็นเจ้าของธุรกิจในวงการแฟชั่น

18307_429476970449856_386585513_n

“เมื่อชีวิตของใครบางคนถูกร้อยรัดอยู่ด้วยกระแส ค่านิยม และความเชื่อของสังคมที่ดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน บางคนเกิดมาพร้อมความแตกต่างและสังคมได้พิพากษาไว้ว่าเขาหรือเธอนั้นคือภาระ การถูกปฏิเสธมีมากกว่าการยอมรับ และบนเส้นทางชีวิตก็พบกับอุปสรรคมากกว่าคนธรรมดาหลายเท่า แต่สำหรับใครบางคนที่มี “หัวใจ” ไม่ยอมแพ้ กลับไม่ได้ยอมหยุดที่จะก้าวต่อไป แม้ในบางครั้งสิ่งที่ทำอยู่เป็นเพียงแค่โอกาสที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่การลงมือทำสำหรับพวกเขาสำคัญยิ่งกว่าการยอมแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม”

ในชีวิตของใครหลายๆ คน ความฝันกลายเป็นเพียงภาพมายาที่ดำเนินอย่างเลื่อนลอยลอยและเจือจางอยู่ในห้วงเวลา คงไม่ต่างกับผู้ป่วยทางสมองจำนวนมาก ที่ถูกสังคมบีบเค้นข้อจำกัดให้พวกเขามีชีวิตอยู่แค่เพียงภายใต้ข้อจำกัดที่เราหารู้ไม่ว่าพวกเขาทำอะไรได้มากกว่าคนปกติบางคนจะลงมือทำมันได้เสียอีก

คงไม่ต่างอีกเช่นกันความความเชื่อผิดๆ ของสังคมที่มีต่อผู้ป่วยโรค “ดาวน์ซินโดรม” ข้อมูลความเชื่อที่มีต่อโรคนี้ในสังคมยังถูกบิดเบือน หญิงสาวคนหนึ่งก็ได้ลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่สังคมต้องเปลี่ยนมุมมองเสียใหม่ แม้กระทั่งคนธรรมดาที่ใช้ชีวิตไปวันๆ ยังไม่มีความสามารถเทียบเท่ากับเธอที่สังคมจัดให้ว่าเป็นบุคคลที่ไม่สมประกอบ

“ Laura Green” คือหญิงสาวคนนั้น ผู้ที่ฟันฝ่าชีวิตและความเชื่อของสังคมที่มีต่อโรคดาวน์ซินโดรมเสียใหม่ เมื่อเธอได้ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในวงการแฟชั่น เธอก้าวข้าม “ข้อจำกัด” และประครองแสงเทียนเพียงเล่มเดียวที่เธอมี จนมุ่งสู่ความสำเร็จได้อย่างเยี่ยมยอดที่สุด

กว่าจะมาเป็น “ Laura Green” เจ้าแม่วงการแฟชั่นที่ไม่ธรรมดา

หากจะกล่าวถึงโรคนี้ในความเข้าใจของเรา โรคดาวน์ซินโดรมหรือที่เรามักเรียกพวกเขาว่าเด็กดาวน์ คือผู้ป่วยที่เกิดมาพร้อมการดำเนินชีวิตที่ไร้ซึ่งความสามารถ การเรียนรู้ที่เป็นไปอย่างเชื่องช้า ไม่สามารถทำอะไรได้ดังเช่นเด็กคนอื่นๆ แม้จะเติบโตขึ้นมาพวกเขาก็ยังดูเหมือนคนที่มีข้อจำกัดในการดำเนินชีวิต ต้องมีคนคอยดูแลเอาใจใส่ ไม่สามารถพึ่งพาตัวเองได้ และคงจะเป็นเรื่องยากยิ่งที่กลุ่มผู้ป่วยเหล่านี้จะลุกขึ้นมาทำอะไรบางอย่างที่มันดูซับซ้อนและเกินมันสมองอันน้อยนิดที่พวกเขามีอยู่

ใบหน้าของ Laura Green ฉายแว่บขึ้นมาในมโนภาพ หญิงสาวดาวน์ซินโดรมที่มีหน้าตาไม่ได้แตกต่างไปจากผู้ป่วยรายอื่นๆ ราวกับเป็นฝาแฝดที่พระเจ้าจะสร้างให้กลุ่มคนเหล่านี้มีหน้าตาที่ละม้ายคล้ายคลึงกันจนสามารถเห็นชัดได้ในทันทีว่าเธอ…ไม่สมประกอบ

ก่อนจะด่วนตัดสินใจไปกับความสามารถของผู้ป่วยโรคเหล่านี้ หลายคนผ่านชีวิตที่ประสบความสำเร็จจนถึงขั้นสูงสุดมาแล้วมากกว่าที่เราจะเข้าใจ และในตอนนี้กรีนก็ได้ลุกขึ้นมาปลดเปลื้องพันธนาการที่ผู้คนในสังคมรัดรึงเธอเอาไว้ด้วยการเปลี่ยนความเชื่อของพวกเขาเสียใหม่ ด้วยการสร้างตัวตนเบื้องลึกให้เห็นมากกว่าจะตัดสินเธอเพียงรูปลักษณ์ภายนอกกับการเป็นเจ้าแม่แห่งวงการธุรกิจแฟชั่นที่ประสบความสำเร็จ และก้าวเข้ามาสร้างแบรนด์ของตัวเองให้มีชื่อเสียงได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ย้อนกลับไป…กรีนไม่ได้ผ่านชีวิตที่ง่ายดายกว่าจะขึ้นมาเฉิดฉายในวงการแห่งความฝันเช่นนี้ เพราะในช่วงวัยที่เธอเรียนจบจาก high school กำลังพาตัวเองก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยเด้วยการเข้าศึกษาในสาขาเกี่ยวกับธุรกิจการค้าปลีกเมื่ออายุได้ 23 ปี ก็ต้องหยุดลงเมื่อเพื่อนในห้องเรียนไม่ยอมรับกับสิ่งที่เธอเป็น เธอถูกล้อ กลั่นแกล้ง และไม่มีแม้ใครที่จะมองเห็นว่าเธอจะมีอนาคตที่รุ่งโรจน์ได้

น่าเศร้าไปกว่านั้นเมื่อชั่วโมงแนะแนวมาถึง แทบไม่มีใครให้ความสนใจกับเธอเลยแม้แต่น้อย เพราะคำว่าเด็กดาวน์มันฉายชัดอยู่ในความเชื่อของสังคมที่ฉาบฉวย จนเธอเลือกที่จะหยุดเวลาอันไร้ค่ากว่า 3 ปี ในมหาวิทยาลัยที่คิดว่ามันจะช่วยให้เธอมีความรู้ และเลือกที่จะหันเหมาให้ความสนใจกับการออกไปสมัครงาน และค้นหาความฝันของตัวเอง

ความรักในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ มันอาจจะง่ายในความรู้สึกของกรีน แต่ไม่ง่ายเลยที่เธอต้องเดินไปพบกับความจริงอันโหดร้ายของโลก ไม่มีบริษัทไหนยอมรับและให้เธอผ่านแกณฑ์การเป็นพนักงานในบริษัทเลยสักแห่ง…เพราะความพร่องเพียงหนึ่งเดียวที่เธอเป็นเท่านั้น

แม้จะท้อใจและรู้สึกได้ถึงความริบหรี่ของแสงไฟที่เธอพยายามโอบอุ้มมันไว้ในมือลกดึ้งลุกโชน ความเชื่อว่าที่ยังคงลุกโชน ความเชื่อว่าสักายในความรู้สึกของกรีน แต่ไม่ง่ายเลยที่เธอต้องเดินไปพบกับความจริงอั แต่ความพยายามและไฟฝันที่ยังคงลุกโชน ทำให้เธอพยายามปฏิเสธข้อจำกัดที่มี เดินหน้าต่อไปโดยไม่หวั่นเกรงกับสิ่งใด เพราะเชื่อมั่นว่าสักวันความสำเร็จจะต้องบังเกิดขึ้นมา ขวากหนามมากมายกระจายตัวอยู่บนทางเดินที่เธอเลือก ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยอุปสรรค ซึ่งหากเป็นเราหรือคนธรรมดาหลายๆ คนอาจจะเลือกถอยทัพ ยกธงขาวและหันเหชีวิตไปในเส้นทางแห่งความพ่ายแพ้แล้ว…แต่สำหรับเธอกลับตรงกันข้าม

laura-green1

เริ่มต้นสู่หนของการเป็นเจ้าของธุรกิจสินค้าแฟชั่น

กรีนเริ่มต้นอนาคตที่เธอสนใจกับเพื่อนรักที่มีสภาพไม่ได้ต่างไปจากกันนั่นคือ Rachel Melarangi ทั้งคู่สานฝันร่วมกันอย่างมีความสุข เธอพบว่าตัวเองชื่นชอบกับการทำธุรกิจในวงการแฟชั่น การขายเครื่องประดับมากมาย และที่สำคัญเธอยังบอกว่า สิ่งที่เธอต้องการคือการเป็น “เจ้าของธุรกิจ” ไม่ใช่การเดินไปเป็นลูกน้องของใคร ความคิดนี้หากเอาไปบอกคนทั่วไปอาจจะดูเป็นเรื่องน่าขัน ทว่าตอนนี้สินค้าของเธอกลายเป็นหนึ่งในความนิยมและมันถูกออกวางจำหน่ายไปทั่วประเทศอังกฤษ ทั้งในงานนิทรรศการ หรือแม้กระทั่งงานแสดงสินค้าหัตถกรรม

“I decided that I wanted to work in fashion. Not for someone else but I wanted to set up my own business selling fashion accessories. So that’s what I did.”

971041_555234141207471_1767845285_n

นี่คือประโยคที่แม้กระทั่งคนธรรมดาอย่างเรายังต้องอาย ความฝันของหญิงคนนี้ยิ่งใหญ่กว่าข้อจำกัดที่เธอเป็น เธอเลือกที่จะกรุยทางอันยากเย็น เพื่อการเป็นนายตัวเอง-และเธอลงมือทำมันได้อย่างสำเร็จมากที่สุดเกินกว่าที่เธอคาดคิดเอาไว้

แล้วเราคนที่มีมันสมองอันสมบูรณ์แบบ กำลังนั่งฆ่าเวลาไปกับสิ่งใดกัน…?

ความฝันมากมายไม่ได้มาด้วยโชคช่วย โอกาสในบางครั้งก็ไม่ได้ลอยมาอย่างง่ายดาย และเธอเป็นตัวอย่างที่ดีทีเดียวที่จะบอกให้เราวิ่งออกไปคว้าโอกาสที่มองไม่เห็น ใช่หาการนั่งรอเหมือนกับการเสี่ยงดวงจากล็อตเตอรี่

เมื่อเป็นเช่นนี้…สิ่งที่เราควรทำคืออะไร? วาดภาพฝันอนาคตของตัวเองเอาไว้อย่างไร? จะสวยงามมากแค่ไหน?

ทว่าทั้งหมดทั้งมวลแล้วคงไม่สำคัญเท่าวันนี้ “คุณได้ลงมือทำมันหรือยัง?

บทความโดย ธัญญารัตน์ กุลชาติ

ภาพประกอบ
Facebook : Laura Green’s Serendipity

อ้างอิง

http://themighty.com/2015/07/this-woman-with-down-syndrome-is-paving-her-way-in-the-fashion-world/

http://www.bbc.com/news/magazine-33447655

https://www.facebook.com/pages/Laura-Greens-Serendipity/137237146340508

http://lauragreensserendipity.weebly.com/

http://metro.co.uk/2015/07/11/this-woman-has-refused-to-let-downs-syndrome-stop-her-from-running-a-successful-business-5289597/

Facebook Comments

comments

Share This: