• Home »
  • Article »
  • จิโร่ โอโนะ (Jiro Ono) ชายที่เกิดมาพร้อมจิตวิญญาณของการทำซูชิ

จิโร่ โอโนะ (Jiro Ono) ชายที่เกิดมาพร้อมจิตวิญญาณของการทำซูชิ

1

คุณต้องรักในสิ่งที่คุณทำก่อน”

หนึ่งในคำพูดของ จิโร่ โอโนะ ชายผู้ลงมือสร้างสรรค์ซูชิหลากหลายเมนูในร้านขนาดเล็กๆ ของเขา ด้วยจิตวิญญาณและความรัก สำหรับจิโร่แล้วชูชิไม่ใช่แค่งานเพื่อยังชีพ ทว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของลมหายใจและชีวิต เมื่อรักในสิ่งที่ทำ ย่อมทำให้ผลลัพธ์ที่ออกมาดีกว่าที่คิดไว้ อย่างน้อยที่สุดความสุขก็เกิดขึ้นในหัวใจของเราเอง

2

จิโร่ โอโนะ ในวัย 89 ปี ยังคงขมักเขม้นปั้นซูชิด้วยมือของเขาอย่างตั้งอกตั้งใจ สายตาที่แน่วแน่จ้องมองไปเพียงแค่ประติมากรรมในมือของเขาที่จะสร้างสรรค์มันขึ้นมาให้ลูกค้าในร้านได้ลิ้มรสที่ดีที่สุด ไม่เพียงแค่รสชาติที่ถูกคลุกเคล้าด้วยเครื่องปรุงและวัตถุดิบชั้นเลิศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ทว่าในทุกๆ คำที่ลูกค้าจะได้สัมผัสมีรสชาติของจิตวิญญาณที่จิโร่ถ่ายทอดผสมผสานลงไป ทำให้ซูชิของเขาโด่งดัง แม้ภาพที่เราเห็นอาจจะเป็นเพียงแค่ร้านซูชิเล็กๆ ที่แสนธรรมดา ทว่าเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ของชูชิที่มากกว่ารสชาติคือความตั้งใจ

3

จากร้านซูชิธรรมดา…สู่สุดยอดของซูชิที่มีคุณค่าที่สุดในโลก

กว่าที่จิโร่จะกลายเป็นรู้จักจากผู้คน ร้านซูชิน้อยๆ ของเขาเริ่มถูกสร้างขึ้นด้วย “ความรัก” และ “ความสุข” รายได้ของเขาอาจจะไม่มากมายนักในช่วงแรก ทว่านั่นหาใช่เป้าหมายของชายคนนี้ไม่ เขายังคงลงมือทำมันด้วยความตั้งใจ จนในที่สุดร้านแห่งนี้ก็ถูกยกคุณค่าให้กลายเป็นร้านซูชิระดับ 3 ดาว และจิโร่ก็กลายเป็นเทพเจ้าแห่งซูชิ

ใครจะไปคิดว่าร้าน 3 ดาวแห่งนี้ มีที่นั่งเพียง 10 ที่เท่านั้น!

ที่ร้านของจิโร่ ลูกค้าต้องสั่งจองคิวล่วงหน้ากันเป็นเดือนๆ เพื่อจะได้เข้าไปลิ้มรสชาติแห่งจิตวิญญาณ คุณค่าของการทำอาหารที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึก ราวกับเป็นผลงานศิลปะที่กินได้ นอกจากนี้จิโร่ยังมีเป้าหมายที่เขาตั้งเอาไว้อยู่เสมอว่าทุกคำที่ลูกค้าจะได้ชิม ทุกชิ้นที่ถูกปั้นผ่านมือจะต้องดีที่สุด จึงไม่แปลกที่แต่ละชิ้นจะมีมูลค่ามากถึง 30,000 เยน หรือราวๆ 9,500 บาท ถือว่าเป็นราคาซูชิที่แพงเอาการ ทว่าก็ยังทำให้ผู้คนสนใจและหลงใหลอยากมาสัมผัสกับรสชาติของชูชิร้านนี้ตามคำบอกกล่าวผ่านผู้คนที่เคยเข้าไปลิ้มลองมาแล้ว

4

ลงมือทำให้ดีที่สุด แล้วไม่ต้องกังวลกับผลลัพธ์

เราคงไม่ต้องเอ่ยถึงประวัติของชายคนนี้ให้มากนัก เพราะสิ่งที่เขาทำนั้นล้วนมาจากความตั้งใจ ความพยายามและมุ่งมั่นกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีที่สุด จิโร่ไม่ได้มองว่าทุกวันที่เขาตื่นขึ้นมาปั้นซูชิคือการทำงาน ทว่ามันคือการตื่นขึ้นมาทำอะไรบางอย่างที่เขารักมากกว่า ดังนั้นความสุขจึงเริ่มต้นขึ้นในทุกเช้าไปจนกระทั่งเข้านอนและหลับฝัน สิ่งที่จิโร่ลงมือทำไม่ได้ถูกเรียกว่างาน

“หากคุณบอกว่ามันคือการทำงาน นั่นอาจจะหมายถึงการฝืนทำมันอย่างไม่มีความสุข และอยากจะทำแบบแค่ขอไปทีให้เสร็จในเวลาที่เร็วที่สุด – แน่นอนมันนำพามาซึ่งความทุกข์ที่มากกว่า”

คนที่อยากประสบความสำเร็จไม่ว่าจะในเรื่องใด การเริ่มต้นที่ดีคือการสร้างความชอบให้กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แม้เราจะต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมายที่ขวางกั้น แต่จงบอกกับตัวเองทุกครั้งที่ลงมือทำ จดจ่อ พยายาม และพัฒนาฝีมือตัวเองอยู่เสมอ อย่ากังวลกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง และเลิกหวาดกลัวกับความล้มเหลว จงมั่นใจว่าการพยายามครั้งแล้วครั้งเล่าด้วยจิตวิญญาณแห่งความรัก ซึ่งมันจะนำพามาซึ่งผลลัพธ์แห่งความสำเร็จได้ในไม่ช้า

“ที่สำคัญระหว่างเส้นทางแห่งความฝันเราจะมีความสุขมากกว่าความทุกข์อย่างแน่นอน”

บทความโดย ธัญญารัตน์ กุลชาติ

collage1

อ้างอิง

http://hypebeast.com/2015/4/jiro-ono-of-jiro-dreams-of-sushi-in-his-last-interview-with-ren-redzepi-of-copenhagens-noma

https://en.wikipedia.org/wiki/Jiro_Ono_(chef)

http://www.businessinsider.com/is-sukiyabashi-jiro-actually-worth-it-2014-4

http://www.thedailybeast.com/articles/2012/03/11/jiro-ono-considered-to-be-the-world-s-greatest-sushi-chef-is-subject-of-new-documentary-jiro-dreams-of-sushi.html

Picture

thedailybeast.com

magpictures.com

splendidtable.org

online.thatsmags.com

– paulinawnuk.com

Facebook Comments

comments

Share This: