• Home »
  • Article »
  • Jack Ma China Time : แจ๊ค หม่า เรื่องราวของบุรุษที่เริ่มต้นจาก 0 จนเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของจีน ตอนที่ 5

Jack Ma China Time : แจ๊ค หม่า เรื่องราวของบุรุษที่เริ่มต้นจาก 0 จนเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของจีน ตอนที่ 5

ก้าวเข้าสู่ e-Commerce แบบครบวงจร

บริษัทชื่อดังระดับโลกอย่าง Yahoo ตัดสินใจลงทุนกับ Alibaba ด้วยเงิน 1,000 ล้านเหรียญ จากการที่ Taobao เป็นแหล่งที่มียอดซื้อขายสินค้าทุกประเภทของจีนสูงถึง 177,000 ล้านเหรียญ นั่นทำให้ Alibaba กลายเป็นบริษัทระดับโลก ด้วยจำนวนคนซื้อของออนไลน์ของจีน มากกว่า 100 ล้านคนต่อวันเลยทีเดียว

แจ๊ค หม่า และทีมงาน ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านความล้มเหลวมาหลายต่อหลายครั้ง จนวันนี้เขาก็ได้พา Alibaba มาถึงฝั่งฝันได้สำเร็จ โดยปัจจุบัน Alibaba เป็นผู้ทำธุรกิจ e-Commerce แบบครบวงจร โดยมีเว็บไซต์หลัก 3 แห่ง ได้แก่

  1. alibaba.com บริการธุรกิจแบบ B2B (Business to Business)
  2. taobao.com บริการธุรกิจแบบ C2C (Customer to Customer)
  3. tmall.com บริการธุรกิจแบบ B2C (Business to Customer)

โดยที่ alibaba นั้น เป็นบริการหลักสำหรับผู้ผลิตในจีนกับผู้ซื้อจากทั่วโลก ขณะที่ taobao เป็นพื้นที่สำหรับผู้ซื้อและผู้ค้าตั้งแต่รายย่อยไปจนถึงรายใหญ่ โดยมีผู้ใช้บริการมากกว่า 7 ล้านราย ลินค้ามากกว่า 800 ล้านรายการ ส่วน tmall เป็นพื้นที่สำหรับผู้ผลิตสามารถขายสินค้าให้กับผู้บริโภคโดยตรง

นอกจากนี้ Alibaba Group ยังระบบการชำระเงินแบบพิเศษ เรียกว่า อาลีเพย์ (Alipay.com) ซึ่งข้อดีของ Alipay ก็คือเงินจะถูกเก็บไว้ที่บริษัทตัวกลางก่อนที่จะโอนไปให้ผู้ขาย ซึ่งผู้ขายจะได้รับก็ต่อเมื่อผู้ซื้อได้รับสินค้าและตรวจสอบคุณภาพของสินค้าแล้วเท่านั้น ซึ่งระบบดังกล่าวช่วยลดปัญหาการโกงและส่งของที่ไม่มีคุณภาพได้เป็นอย่างดี

แจ๊ค หม่า และทีมงานยังคงขยายบริษัทในเครือ Alibaba Group ขึ้นอีกเรื่อยๆ โดยยังมี China Smart Logistics, Cloud Computing (Aliyun.com), Alimama, 1688.com, AliExpress, Juhuasuan.com

“ผมคิดเสมอว่าเกิดในยุคของสงคราม ผมต้องเป็นนายพลนำทัพ ผมคิดแค่เพียงว่าทำอย่างไรถึงจะมีชัยชนะในการสู้รบ”

 jackmadeng

อนาคตของแจ๊ค หม่า และ Alibaba Group

แน่นอนว่า e-Commerce ในจีนไม่ได้มีแค่ แจ๊ค หม่า และ Alibaba Group พวกเขาไม่ได้เป็นจระเข้ตัวเดียวในแม่น้ำแยงซีเกียง แต่แน่นอนว่านี่คือจระเข้ตัวที่ใหญ่ที่สุด 80% ของตลาด e-Commerce ในดินแดนมังกรเป็นของ Alibaba Group นักวิเคราะห์ยังคงมองว่าอนาคตของบริษัทยังคงไปได้อีกไกล เนื่องจากยังมีชาวจีนอีกจำนวนมากที่ไม่เคยซื้อสินค้าออนไลน์

ปัจจุบันแสงสปอร์ตไลท์ส่องไปที่แจ๊ค หม่า และความสำเร็จของ Alibaba ซึ่งปัจจุบันมีพนักงานในเครือมากกว่า 25,000 คน จากสมาชิกมากกว่า 79 ล้านรายจาก 240 ประเทศทั่วโลก โดยมียอดขายผ่านเว็บไซต์คิดเป็นมูลค่า 240,000 ล้านดอลล่าร์ต่อปี นั่นเท่ากับสองเท่าของเว็บไซต์ชื่อดังอย่าง Amazon และมากเป็น 3 เท่าของ eBay ปลาฉลามที่พวกเขาเคยไล่ออกจากแม่น้ำแยงซีเกียงนั่นเอง

นอกจากนี้ยังมีการประเมินกันอีกว่า ในปี 2030 ตลาด e-Commerce ของจีนจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยมีการประมาณว่า จะมีขนาดใหญ่กว่าตลาด e-Commerce ของสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมัน ทั้งหมดรวมกันเสียอีก

 jack-ma-1-e1395247339497

ก้าวเข้าสู่การเป็นบริษัทระดับโลก

“If you don’t give up, you still have a chance. And when you’re small, you have to be very focused and rely on your brain, not your strength.” – “ถ้าคุณไม่ยอมแพ้ คุณจะยังมีโอกาส และถ้าคุณตัวเล็ก คุณจะโฟกัสแต่สิ่งที่จำเป็น ใช้สมองสร้างความได้เปรียบไม่ใช่พละกำลัง” – Jack Ma

พฤษภาคม 2014 ในตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกาเกิดความฮือฮาขึ้น เมื่อ แจ๊ค หม่า นำ Alibaba Group บริษัท e-Commerce สัญชาติจีนเข้าเสนอขาย IPO (ราคาจองซื้อ) แก่คนทั่วไปเป็นครั้งแรก นักลงทุนต่างจับตามองการขยับตัวของ Alibaba และแจ๊ค หม่า เนื่องจากบริษัทของเขาถือเป็นบริษัทเทคโนโลยีอิสระที่ใหญ่ที่สุดในโลก

จนถึงเดือนกันยายน 2014 Alibaba Group ก็ได้เริ่มเทรดในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (New York Stock) เป็นครั้งแรก โดยราคาที่เปิดมาคือ 68 เหรียญสหรัฐต่อหนึ่งหุ้น ถ้าเทียบเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2,108 บาท นั่นทำให้ลำดับมูลค่าบริษัท e-Commerce เปลี่ยนแปลงทันที บริษัทหน้าเก่าๆ อย่าง eBay, Twitter และ LinkedIn รวมมูลค่ากันยังไม่อาจเทียบกับ Alibaba Group ที่เดียว นอกจากนั้น ในการซื้อขายอย่างเป็นทางการวันแรกนั้น ราคาของหุ้น Alibaba Group ก็ขยับราคาพุ่งขึ้นไป จากเปิดที่ 68 ดอลล่าร์ต่อหุ้น ไปปิดที่ 93.89 ดอลล่าร์ต่อหุ้น หรือคิดเป็นเป็นเงินไทยประมาณ 2,910.59 บาท เลยทีเดียว

หรือคิดเป็นเกือบ 40% กลายเป็น Talk of the town ทันที

ชื่อของ แจ๊ค หม่า เจ้าของ Alibaba Group กลายเป็นข่าวใหญ่ในสำนักข่าวต่างประเทศทุกสำนัก สถิติ IPO ของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ถูกเขียนขึ้นใหม่โดยมีชื่อของ Alibaba เป็นเจ้าของสถิติใหม่ เมื่อนำบริษัทเข้าเทรดในตลาดหุ้น เขาสามารถระดมทุนให้กับบริษัทได้ถึง 22,000 ล้านดอลล่าห์ หรือ 700,000 ล้านบาท นั่นทำให้อดีตครูภาษาอังกฤษที่เคยได้รับเงินเดือนเพียง 480 บาท กลายเป็นมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในประเทศจีนทันที โดยแซงหน้าเจ้าของบริษัท e-Commerce ร่วมชาติอย่างเทนเซนต์ (Tencent) และ ไป่ตู้(Baidu) ที่ต้องตกไปอยู่อันดับที่สองและสามตามลำดับ

บทความต่อเนื่องกับซีรีย์นี้

Jack Ma China Time ตอนที่ 1
Jack Ma China Time ตอนที่ 2
Jack Ma China Time ตอนที่ 3
Jack Ma China Time ตอนที่ 4
Jack Ma China Time ตอนที่ 5
Jack Ma China Time ตอนที่ 6

Facebook Comments

comments

Share This: