• Home »
  • Article »
  • “ทฤษฏีแมลงสาบ” กับแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของ Sundar Pichai ผู้กุมบังเหียนคนใหม่แห่ง Google

“ทฤษฏีแมลงสาบ” กับแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของ Sundar Pichai ผู้กุมบังเหียนคนใหม่แห่ง Google

3

“ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง มีกลุ่มหญิงสาวนั่งทานอาหารกันอย่างมีความสุข ในขณะเดียวกันนั้น แมลงสาบตัวหนึ่งก็บินโฉบลงมาเกาะอยู่บนไหล่ของหนึ่งในนั้น เมื่อเธอเห็นมัน ก็เกิดอาการบ้าคลั่ง พลางสะบัดตัวเพื่อให้มันหลุดออกจากตัวเธอไป กรีดร้องโวยวายด้วยความตื่นตระหนก จนแทบจะทำให้เพื่อนๆ ของเธอพลอยหัวเสียไปด้วย ก่อนที่เจ้าแมลงสาบจะบินออกจากตัวเธอไป

ทว่าเหตุการณ์ไม่ได้จบลงเพียงเท่านั้น แมลงสาบบินโฉบไปเกาะบนเสื้อของเพื่อนสาวเธออีกคน ปฏิกิริยาเดียวกันเกิดขึ้นกับหล่อนพร้อมกับความโกลาหล จนพนักงานเสิร์ฟต้องเดินมาเพื่อจะเข้าจัดการเหตุการณ์ให้เป็นปกติ  ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่แมลงสาบเปลี่ยนเป้าหมายบินมาเกาะที่เสื้อกันเปื้อนของเขาพอดี

…ปฏิกิริยาบางอย่างแตกต่างออกไป

พนักงานเสิร์ฟไม่ได้กระโดดโลดเต้นหรือร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง เขานิ่งเงียบ จ้องมองพฤติกรรมของแมลงสาบที่กำลังเดินไต่ไปบนเสื้อของเขา จับทิศทางการเดินของมัน เมื่อได้จังหวะเหมาะเขาก็คว้าตัวมันไว้ได้ และโยนออกไปนอกร้านอาหาร — เหตุการณ์ทุกอย่างสงบลงอย่างง่ายดาย”

เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ชวนให้เราได้ครุ่นคิดว่า “ปัญหา” ของความวุ่นวายที่เกิดขึ้น มาจากแมลงสาบตัวนั้นใช่หรือไม่ ?

หากความวุ่นวายมาจากตัวแมลงสาบ เหตุใดเหล่าหญิงสาวถึงดูราวกับคนเสียสติ แล้วทำไมพนักงานเสิร์ฟจึงไม่แสดงอาการเดียวกัน เขากลับนิ่งเงียบก่อนจะจัดการกับปัญหาตรงหน้าราวกับเป็นเรื่องธรรมดา

ถ้าเช่นนั้น แมลงสาบอาจจะไม่ใช่ปัญหา แต่อาจจะอยู่ที่ปฏิกิริยาตอบสนองที่แตกต่างกัน…

เรื่องเล่านี้สะท้อนให้เห็นมุมมองการดำเนินชีวิตของเราในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เข้ามา การตอบสนองต่อสิ่งเหล่านั้น เราใช้ “อารมณ์” เป็นที่ตั้งหรือใช้ “สติ” มากกว่ากัน? เรื่องนี้กลายเป็นทฤษฎีสำหรับนักพัฒนาตัวเอง ทำให้หลายคนฉุกคิดถึงการกระทำ “บางอย่าง” ที่ได้แสดงออกไป โดยเข้าว่าเป็นไปโดยธรรมชาติ ทั้งที่จริงแล้ว การมี “สติ” อาจทำให้จัดการกับการกระทำได้ดีกว่าเดิม ในชื่อทฤษฎีแมลงสาบ หรือ Cockroach Theory


 

3

Cockroach Theory กล่าวถึงการพัฒนาตัวเองเพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จ เป็นการบอกเล่าผ่านตัวละครในร้านอาหารที่ไม่ซับซ้อน แต่ซ่อนอยู่ด้วยแง่คิด ที่สามารถเอาไปปรับใช้กับชีวิตได้ เช่นเดียวกันกับที่ Sundar Pichai ใช้มันเตือนตัวเองในการทำงานที่ Google มากกว่า 11 ปี

Sundar Pichai ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่ง CEO ของ Google แทนที่ Larry Page หลายคนอาจจะมองว่าเขามีโอกาสที่ดีในชีวิต เพราะได้ทำงานอยู่ในบริษัทยักษ์ใหญ่อยู่แล้ว บวกกับความสามารถอันเป็นพรสวรรค์ก็คงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับชายคนนี้ที่จะได้เอื้อมถึงจุดสูงสุดของชีวิตได้อย่างง่ายดาย – แต่เราอาจจะคิดผิด หนุ่มอินเดียในวัย 43 ปีคนนี้ได้บอกเล่าถึง Cockroach Theory” หรือทฤษฎีแมลงสาบ ซึ่งได้กลายเป็น Viral ที่ถูกแชร์ออกไปมากมายภายในชั่วข้ามคืน นั่นทำให้เราต้องมาฉุกคิดว่า ทุกรอยย่ำที่พา Pichai มาถึงจุดนี้ ย่อมไม่ใช่รอยย่ำธรรมดา แต่เป็นการเดินทางที่ล้วนผ่านการคัดกรองมาแล้วทั้งสิ้น

ชีวิตของ Sundar Pichai เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ เพราะเขาเป็นคนที่มีโอกาสน้อยกว่าคนอื่นๆ เป็นครอบครัวที่ยากจน อาศัยอยู่ในอพาร์ตเม้นต์เล็กๆ 2 ห้อง มีห้องรับแขกเป็นที่นั่งเล่นและที่หลับนอนสำหรับเขาและน้องชาย ซึ่งแน่นอนว่าความจนทำให้เขาไม่มีในสิ่งที่คนอื่นมี ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์หรือมือถือ จนเมื่ออายุได้ 12 ปี ครอบครัวนี้ก็เพิ่งจะได้สัมผัสกับการใช้โทรศัพท์เป็นครั้งแรก

สิ่งที่ Pichai ไม่มีในตอนนั้น กลายเป็นประสบการณ์ที่ดี ที่ทำให้วันนี้เขามีในสิ่งที่เหนือกว่าคนอื่น ผ่านความอดทนและพยายามอย่างไม่ย่อท้อ

ชายคนนี้จบการศึกษาจาก Indian Institute of Technology Kharagpur ด้านวิศวกรรมด้วยคะแนนที่ดีเยี่ยม จึงทำให้ได้รับทุนเข้าศึกษาต่อที่ Stanford University ก่อนที่จะตัดสินใจเรียนต่อปริญญาเอกด้านวิชาการในสาขา materials science and semiconductor physics แต่ก็ต้องหยุดชะงักลงเพราะได้งานในฐานะเป็น engineer and product manager ให้กับบริษัท Applied Materials จนในที่สุดเขาก็สำเร็จการเรียนต่อใน MBA ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับ McKinsey & Company ก่อนที่จะเบนเข็มเข้าสู่การทำงานกับบริษัท Google อย่างจริงจังในปี 2004

เบื้องหลังของระบบการทำงาน Google โดยเฉพาะ Chrome เบราเซอร์ที่เราใช้มันเป็นสื่อกลางท่องโลกออนไลน์ มี Pichai เป็นหนึ่งในผู้ช่วยพัฒนาและสร้างสรรค์ไอเดียต่างๆ ใช้เวลากับการทำงานทุ่มเทความสามารถของเขาให้กับบริษัทมายาวนาน ด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ทุกคนในบริษัทมองเห็นแววผู้นำของเขา อีกทั้งมุมมองในการแก้ปัญหาที่เขาบอกเล่าผ่านเรื่องราวของทฤษฎีแมลงสาบอันน่าทึ่งที่เขายังใช้มันเป็นตัวช่วยในการดำเนินชีวิตมาจนถึงทุกวันนี้


 

2

Sundar Pichai กับ Cockroach Theory
เราเลือกได้ที่จะ “ตอบโต้” หรือ “ตอบสนอง” ?

อดีตผู้ร่วมงานคนหนึ่ง เล่าว่า เขาไม่ชอบสร้างความบาดหมาง มีตอนหนึ่งเขาเคยมีเรื่องกับหัวหน้าฝ่ายพัฒนาระบบเเอนดรอย ซึ่งตอนนั้นพวกเขาไปผลักดันบราวเซอร์ตัวอื่นที่ไม่ใช่Chrome เพื่อใช้ในผลิตภัณฑ์ของเเอนดรอย Sundar ที่ ขณะนั้น ดำรงตำเเหน่งเป็นหัวหน้าทีมพัฒนา Chrome ก็ปล่อยให้พวกเขาพัฒนาส่วนนั้นไปโดยไม่เข้าไปยุ่งหรือคัดค้าน รอเวลาจนภายหลัง Sundar จึงเข้ามาเเก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเเละได้เลื่อนตำเเหน่งในที่สุด (prachachat.net)

เราเลือกได้ว่าจะยิ้มมีความสุขกับงานที่ทำอยู่ หรือจะก่นด่าสาปแช่งความน่าเบื่อของมันอยู่ในใจ ก็ขึ้นอยู่กับเราเป็นคนเลือกเองว่าต้องการแบบไหน บางครั้งปัญหาที่เข้ามาทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองกำลังล้มเหลวหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับว่าเรารับมือกับมันอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเสียงก่นด่าของเจ้านาย ลูกค้า หรือความไม่ลงรอยกันของเพื่อนร่วมงานก็ตามที เราจำเป็นต้องใคร่ครวญด้วยสติ และแก้ไขให้มันถูกดำเนินไปในทิศทางที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วเท่านั้น

เช่นเดียวกันกับพนักงานเสิร์ฟคนนั้นที่ยืนพินิจมองดูปัญหาตรงหน้าด้วย “สติ” จับทิศทางของมัน หยุดตื่นกลัว สับสน หรือกระวนกระวายใจ แล้วเราก็จะพบทางออกที่ง่ายดายเช่นเดียวกันกับ Sundar Pichai ที่ยังคงทำหน้าที่กุมบังเหียนของบริษัทอันทรงอิทธิพลอันดับต้นๆ ของโลกด้วยวิธีการตอบสนองกับปัญหาด้วยปัญญาซึ่งดีกว่าการตอบโต้ด้วยอารมณ์

 

บทความโดย ธัญญารัตน์ กุลชาติ

อ้างอิง

http://www.forbesthailand.com/article_detail.php?article_id=527

http://www.mensxp.com/technology/latest/27319-heres-sundar-pichais-cockroach-theory-that-will-teach-you-a-thing-or-two-about-life.html

– http://www.officechai.com/stories/sundar-pichai-background/

– http://www.mensxp.com/technology/latest/27319-heres-sundar-pichais-cockroach-theory-that-will-teach-you-a-thing-or-two-about-life.html

 

Facebook Comments

comments

Share This: